ร้านคาราโอเกะ สถานที่แห่งการประชันเสียงร้องในโตเกียว

คงไม่มีใครไม่รู้จักการร้องเพลงผ่านตัวหนังสืออย่างคาราโอเกะอย่างแน่นอน ซึ่งก็เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่เกิดมาจากประเทศญี่ปุ่น จนทำให้ในเมืองหลวงของพวกเขาเต็มไปด้วย ร้านคาราโอเกะ มากมายที่เปิดให้คนทั่วไปหรือนักท่องเที่ยวลองเข้ามาใช้บริการดู อีกทั้งยังเป็นร้านที่ให้บริการทั้งอาหารเครื่องดื่มมากมาย ไม่ใช่เพียงแค่การหยอดเหรียญเพื่อร้องเพลงเหมือนกับประเทศไทย โดยนักท่องเที่ยวในโตเกียวสามารถเห็นร้านบริการนี้ได้ทั่วเมืองเลยทีเดียวและมีย่านประจำอย่างชิบูย่าที่คนชอบความบันเทิงต้องไปกัน

ร้านคาราโอเกะ

ร้านคาราโอเกะ อีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของโตเกียว

โดยทั่วไปแล้วนั้น ท่องเที่ยวทั่วไทย ร้านคาราโอเกะในประเทศญี่ปุ่นมักจะเปิดบริการแบบตลอด 24 ชั่วโมงและไม่มีวันหยุดแต่อย่างใด ซึ่งคนที่สนใจจะต้องทำการจองห้องก่อนว่าจะต้องการใช้เวลากี่ชั่วโมงสำหรับการเข้าไปร้องเพลงในห้องเก็บเสียงนี้ “ซานต้าเวิร์คช็อป” สวนสนุกแห่งรัฐโคโลราโด้ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1956 รวมถึงบางแห่งยังมีเพื่อนๆ ที่สามารถเรียกมาช่วยร้องเพลงได้อีกเช่นกัน ส่วนค่าบริการนั้นส่วนใหญ่การร้องเพลงในช่วงกลางวันมักจะมีการเก็บค่าบริการที่ต่างกับตอนกลางคืนอีกด้วย นอกจากนี้ห้องในร้านยังจะมีความเป็นส่วนตัวอย่างมาก ซึ่งไม่จำเป็นต้องอายผู้คนที่อยู่ด้านนอกอีกด้วย

นอกจากการร้องเพลงในร้านคาราโอเกะแล้วนั้น ลูกค้ายังสามารถสั่งบริหารต่างๆ ของพวกเขาได้ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อใช้สังสรรค์ในที่แห่งนี้นั่นเอง ส่วนการเลือกเพลงนั้นพวกเขาก็จะมีหน้าจอทัชสกรีนเพื่อเลือกภาษาและสามารถเลือกเพลงสากลได้อีกเช่นกัน

ร้านคาราโอเกะ

ส่วนประเภทของเพลงต่างๆ ก็ยังมีให้เลือกมากมายตั้งแต่เพลงแจ๊สในยุค 80 ไปจนถึงเพลงสมัยใหม่อย่างร็อคทั้งเพลงในประเทศญี่ปุ่นหรือจะเป็นเพลงสากลฮิตๆ ในปัจจุบันก็มีให้กดเช่นได้เช่นกัน รวมถึงเพลงแอนนิเมชั่นที่หลายคนต้องมาร้องเมื่อมาถึงโตเกียวแล้วนั่นเอง

คงไม่มีที่ไหนในโลกที่เหมาะจะร้องเพลงการ์ตูนไปมากกว่าประเทศญี่ปุ่นอีกแล้ว นอกจาก แทงไก่ชน ร้านคาราโอเกะที่จะมีให้เห็นอยู่ทั่วไปแล้วนั้น พวกเขายังมีตัวเลือกเพลงต่างๆ ให้ร้องกันตามใจชอบเลยทีเดียว ซึ่งคนที่มีโอกาสเดินไปทางยังกรุงโตเกียวและเป็นแฟนแอนนิเมะก็ควรจะลองเสียงตัวเองสักครั้งอีกด้วย

Related Post

แฮดงยงกุงซา อารามริมผาชายฝั่งปูซานที่ชวนให้แวะไปสักครั้งแฮดงยงกุงซา อารามริมผาชายฝั่งปูซานที่ชวนให้แวะไปสักครั้ง

ปูซาน เป็นเมืองท่าของเกาหลีใต้ที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวไม่แพ้โซลเลย อาจด้วยคาแรคเตอร์ของเมืองที่โดดเด่นกันไปคนละด้าน ขณะที่โซลมีความเป็นเมืองหลวงที่พลุกพล่าน ปูซานกลับถูกมองเป็นเมืองท่าทางใต้ที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนเกาหลี แต่ไม่เพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวอย่างชายหาด เมืองปูซานยังเป็นที่ตั้งของอารามเก่าแก่ขึ้นชื่อและเป็นที่ศรัทธาอย่างมากของคนเกาหลี นั่นคืออารามริมผาชายฝั่งวัด แฮดงยงกุงซา แห่งเมืองปูซานนั่นเอง แฮดงยงกุงซา แห่งประเทศเกาหลี นับเป็นอีกวัดเก่าแก่ของคนเกาหลี วัดแฮดงยงกุงซาแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อค.ศ. 1376 นับจนถึงวันนี้ก็มีอายุกว่า 700 ปีแล้ว โดยพระภิกษุรูปหนึ่งฝันเห็นมังกรจึงได้มาสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นที่ริมทะเลดังที่นักท่องเที่ยวได้เห็นในวันนี้ วัดแฮดงยงกุงซาตั้งอยู่ริมผาชายฝั่งทะเลให้ทัศนียภาพงดงามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดแห่งนี้หันหน้าไปทางตะวันออกเข้าสู่ทะเล จึงกลายเป็นหมุดหมายหนึ่งของชาวเกาหลีที่จะต้องมาเคาท์ดาวน์ปีใหม่กันที่นี่ และว่ากันว่าแสงแรกที่วัดแฮดงยงกุงซาแห่งนี้งดงามที่สุดที่หนึ่งในเกาหลีเลยทีเดียว เมื่อผ่านซุ้มทางเข้าและบันได้ 108 ขั้นเข้ามาบริเวณวัด นักท่องเที่ยวจะได้พบกับทิวทัศน์อันตระการตาของอารามที่ตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเล และเช่นเดียวกับวัดวาอารามอื่น ๆ ในเกาหลี

ชวนทุกคนมาแบกเป้ไปท่องเที่ยวแบบชิลล์ๆกันที่ “มาเลเซีย”ชวนทุกคนมาแบกเป้ไปท่องเที่ยวแบบชิลล์ๆกันที่ “มาเลเซีย”

ฟังแล้วเหมือนไม่น่าตื่นเต้นที่จะไปเที่ยวมาเลเซีย อาจเป็นเพราะ มาเลเซีย อยู่ใกล้บ้านเรามาก เดินทางออกจากจังหวัดทางภาคใต้ไม่นานก็ได้ไปเหยียบแผ่นดินมาเลเซียแล้ว แต่อย่าว่าไปนะ เพราะเอาเข้าจริงๆ มาเลเซียมีสถานที่น่าท่องเที่ยวให้เลือกตามความชอบ ไม่น้อยเลยทีเดียว ลองตามกันมาเที่ยวดูจร้า แนะนำที่เที่ยว “มาเลเซีย” ที่แรก ยาลันอาลอร์  สถานที่ท่องเที่ยวแรก  เอาใจสายกินกันก่อนเลย เพราะถือคติ กองทัพต้องเดินด้วยท้องยาลันอาลอร์ เป็นแหล่งถนนคนสายกิน แต่ละย่างก้าวต้องตื่นตาตื่นใจ  กับอาหารนานาชาติทั้งแบบสากล แบบอาหารท้องถิ่น ที่ยกโขยงกันมาโชว์หน้าตาและรสชาติที่แสนอร่อย ชนิดตั้งใจมา ยั่วน้ำลายสายกินแบบไม่มีความปราณี จะเรียกว่าเป็นสตรีทฟู้ด ที่สุดแสนจะอลังการก็คงไม่ผิด  เห็นหน้าเห็นตาอาหารแต่ละอย่างแล้วรับรองว่าอดที่จะควักกระเป๋าซื้อมาลองชิมเกือบซะทุกอย่าง นั่นนิดนี่หน่อยกว่าจะรู้ตัวกระเป๋าก็เบา แต่กลับต้องแบกพุงหนักๆ กลับที่พักแทบไม่ไหว แต่สำหรับคนไทยที่ไม่ชอบลองอาหารรสชาติแปลกๆ

สำรวจ “ไซปรัส” อัญมณีแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ครบทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมสำรวจ “ไซปรัส” อัญมณีแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ครบทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม

ไซปรัส เป็นประเทศเกาะขนาดเล็กซึ่งเปรียบเหมือนอัญมณีในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ตำนาน วัฒนธรรม และธรรมชาติอันงดงาม นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับแหล่งโบราณคดีต่างๆ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ มากมาย ไซปรัสขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายที่ทอดยาว พื้นที่ปลูกองุ่นทำไวน์ และหน้าผาอันน่าทึ่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่ภูมิภาคนี้จะเต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ที่ดึงดูดให้ผู้คนทั่วโลกหลงใหลในความสวยงาม เที่ยว ไซปรัส ช่วงไหนดี? ไซปรัสมีฤดูหนาวที่อบอุ่นและฤดูร้อนที่สดใสตามแบบเมดิเตอร์เรเนียน ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินทางมาเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี  เที่ยวชมธรรมชาติในไซปรัส ช่องเขา Avakas ตั้งอยู่ในใจกลางของคาบสมุทร Akamas เส้นทางไปสู่ช่องเขา Avakas ค่อนข้างขรุขระ เหมาะกับนักเดินทางแนวผจญภัย โดยคุณจะได้เห็นพืชแปลกตาและสัตว์ท้องถิ่นมากมายของเกาะ นอกจากนั้นทิวทัศน์ภูผาหินยังสวยแปลกตา มีทั้งส่วนที่โค้งเรียงกันจนดูเหมือนกำแพงหิน