พาส่องสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ “เมืองดานัง” ประเทศเวียดนาม

เมืองดานัง เป็นอีกเมืองที่น่าเที่ยวไม่แพ้กับฮานอยเลยล่ะ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจใกล้ ๆ มากมาย ใครที่กำละงคิดว่าจะไปเที่ยวที่ฮานอยหรือดานังดี วันนี้เราได้นำสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้กับเมืองดานัง สามารถนั่งเครื่องบินมาลงที่ดานังแล้วท่องเที่ยวได้มาฝากกัน ใครที่กำลังทำรีเสิร์ชสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเวียดนามอยู่เตรียมจดกันได้เลย มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเยอะแยะเต็มไปหมดเลยล่ะ  พาส่องสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม

แนะนำที่เที่ยวใกล้ เมืองดานัง

เมืองฮอยอัน

1. เมืองฮอยอัน – พาส่องสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เมืองฮอยอัน หรือ Hoi An เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นมรดกโลกของเวียดนามเขาล่ะ เป็นย่านเมืองเก่าที่ยูเนสโก้มาดูเองกับมือเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นมาเที่ยวที่นี่แล้วรับรองว่าสวยงามเกินคำบรรยายอย่างแน่นอน เมืองฮอยอันนั้นอยู่ห่างจากเมืองดานังประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ในโซนเมืองเก่าฮอยอันจะมีความคลาสสิคด้วยตัวตึกรามบ้านช่องสีเหลืองสดใส แถมยังสามารถนั่งเรือชมวิวได้อีกด้วยซึ่งสวยงามเสมือนเที่ยวอยู่ที่ยุโรปอย่างไรอย่างนั้นเลยล่ะ 

สะพานญี่ปุ่นเมืองฮอยอัน เมืองดานัง

2. สะพานญี่ปุ่นเมืองฮอยอัน – พาส่องสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ไหน ๆ ก็แวะมาที่เมืองฮอยอันกันแล้วแวะมาดูที่สะพานญี่ปุ่นกันหน่อยก็ดี เพราะนี่คือแลนด์มาร์กของเมืองฮอยอันเขาเลยล่ะ มาที่เมืองฮอยอันทันทีก็ต้องแวะมาถ่ายรูปที่สะพานญี่ปุ่นหรือ Japanese Covered Bridge กันด้วยล่ะ 

หาดคือได เมืองดานัง

3. หาดคือได – พาส่องสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หาดคือไดเป็นหาดที่ไม่ห่างจากฮอยอันมากนักต่อรถมาเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้นก็สามารถมาเที่ยวที่ทะเลได้แล้ว เรียกได้ว่าใครที่แพลนมาเที่ยวที่ฮอยอันคือคุ้มค่ามากเลยล่ะ เพราะได้ชมทั้งเมืองเก่า แม่น้ำ และทะเลอย่างครบครันอีกด้วย ซึ่งหาดคือไดเป็นหาดที่ผู้คนมักจะมานั่งเล่น รับประทานอาหารกัน แต่ที่นี่เล่นน้ำไม่ได้เหมือนบ้านเราเพราะคลื่นแรงมากนั่นเอง อย่างไรก็ตามใครอยากมาเก็บตกสถานที่สวย ๆ บรรยากาศดี ๆ ก็ต้องที่นี่แหละ 

เมืองเว้

4. เมืองเว้ – พาส่องสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม พามาอีกเมืองที่อยู่ไม่ห่างจากดานังและฮอยอันมานัก เป็นเมืองที่ชื่อว่าเมืองเว้ (Hue) เป็นเมืองที่ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศเวียดนามเพราะเคยถูกทำลายเมื่อครั้งสงครามโลก แน่นอนว่าที่นี่ก็ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยเช่นกัน ใครที่ชอบท่องเที่ยวตามสถานที่ทางประวัติศาสตร์รับรองว่าต้องชอบอย่างแน่นอนเลยล่ะ ใครที่อยากมาเวียดนามแต่ไม่รู้จะแวะไปลงเครื่องที่ไหนดี ขอแนะนำที่เมืองดานังและเดินทางมาเที่ยวที่เมืองเว้และฮอยอันกันต่อเลยรับรองว่าสวยงามและคุ้มค่าเดินทางอยางแน่นอน

หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลการท่องเที่ยวทั่วไทย และที่เที่ยวต่างประเทศอื่นๆ เช่น สถานที่ท่องเที่ยว “นอร์เวย์” เมืองที่มีบรรยากาศดีและธรรมชาติสวยงาม อย่าลืมติดตามกันต่อได้อีกที่ kolumbijsko.com

Related Post

แฮดงยงกุงซา อารามริมผาชายฝั่งปูซานที่ชวนให้แวะไปสักครั้งแฮดงยงกุงซา อารามริมผาชายฝั่งปูซานที่ชวนให้แวะไปสักครั้ง

ปูซาน เป็นเมืองท่าของเกาหลีใต้ที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวไม่แพ้โซลเลย อาจด้วยคาแรคเตอร์ของเมืองที่โดดเด่นกันไปคนละด้าน ขณะที่โซลมีความเป็นเมืองหลวงที่พลุกพล่าน ปูซานกลับถูกมองเป็นเมืองท่าทางใต้ที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนเกาหลี แต่ไม่เพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวอย่างชายหาด เมืองปูซานยังเป็นที่ตั้งของอารามเก่าแก่ขึ้นชื่อและเป็นที่ศรัทธาอย่างมากของคนเกาหลี นั่นคืออารามริมผาชายฝั่งวัด แฮดงยงกุงซา แห่งเมืองปูซานนั่นเอง แฮดงยงกุงซา แห่งประเทศเกาหลี นับเป็นอีกวัดเก่าแก่ของคนเกาหลี วัดแฮดงยงกุงซาแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อค.ศ. 1376 นับจนถึงวันนี้ก็มีอายุกว่า 700 ปีแล้ว โดยพระภิกษุรูปหนึ่งฝันเห็นมังกรจึงได้มาสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นที่ริมทะเลดังที่นักท่องเที่ยวได้เห็นในวันนี้ วัดแฮดงยงกุงซาตั้งอยู่ริมผาชายฝั่งทะเลให้ทัศนียภาพงดงามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดแห่งนี้หันหน้าไปทางตะวันออกเข้าสู่ทะเล จึงกลายเป็นหมุดหมายหนึ่งของชาวเกาหลีที่จะต้องมาเคาท์ดาวน์ปีใหม่กันที่นี่ และว่ากันว่าแสงแรกที่วัดแฮดงยงกุงซาแห่งนี้งดงามที่สุดที่หนึ่งในเกาหลีเลยทีเดียว เมื่อผ่านซุ้มทางเข้าและบันได้ 108 ขั้นเข้ามาบริเวณวัด นักท่องเที่ยวจะได้พบกับทิวทัศน์อันตระการตาของอารามที่ตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเล และเช่นเดียวกับวัดวาอารามอื่น ๆ ในเกาหลี

“นครวัดนครธม” แหล่งท่องเที่ยวเดินตามรอยอารยธรรมโบรานของประเทศกัมพูชา“นครวัดนครธม” แหล่งท่องเที่ยวเดินตามรอยอารยธรรมโบรานของประเทศกัมพูชา

นครวัดนครธม ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความลึกลับหน้าคนหา แต่ก็มีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนในมาชมความสวยงามของมันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนครวัดนครธมแห่งนี้ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติของประเทศกัมพูชาเลย เพราะมันเป็นปราสาทหินขนาดใหญ่และมีเรื่องราวประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ รวมไปถึงปฏิมากรรมในการก่อสร้างปราสาท ที่สมัยก่อนนั้นไม่ได้มีเครื่องไม้เครื่องมือเหมือนในปัจจุบัน แต่ก็สามารถที่จะยกหินก้อนใหญ่ ๆ มาวางซ้อนกันจนกลายเป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สวยงาม  นครวัดนครธม แหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยอารยธรรมเก่า ต้นกำเนิดของท่องเที่ยวทั่วไทย นครวัดนครธมแห่งนี้ เริ่มมาตั้งแต่ในรัชสมัยของพระเจ้าวรมันชัยที่ 7 แต่บางตำราก็ได้บอกว่าเริ่มสร้างในรัชสมัยที่ 2 โดยหลักฐานพวกนี้ก็ไม่ค่อยชัดเจนมากนัก และบางคนเขาก็ยึดตามหลักฐานที่มีการจดบันทึกไว้อย่างชัดเจนว่าเขื่อนเชี่ยวหลาน หรือเขื่อนรัชชประภาที่สวยเหมือนกับเราได้ไปเที่ยวเวียดนามจริงๆ พระเจ้าวรมันชัยที่ 7 เป็นคนสร้างและบูรณะที่นี่และรวมไปถึงการตั้งในสถานที่แห่งนี้ กลายเป็นเมืองหลวงและเปลี่ยนชื่อเป็นนครวัดนครธมจนมาถึงปัจจุบัน  โดยนครวัดนครธมแห่งนี้ก็มีพื้นที่มากว่า 1 ล้านตารางเมตร นับว่าเป็นปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

ชวนทุกคนไปชมสวนลับแห่ง พระราชวังชางด๊อกกุง ประเทศเกาหลีชวนทุกคนไปชมสวนลับแห่ง พระราชวังชางด๊อกกุง ประเทศเกาหลี

อีกหนึ่งพระราชวังสำคัญแห่งกรุงโซลที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมกันสม่ำเสมอก็คือ พระราชวังชางด๊อกกุง พระราชวังแห่งนี้แม้ไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่าเหมือนกับคยองบกกุง แต่ก็มีรายละเอียดและสวนสวย ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมกันได้ไม่รู้เบื่อทีเดียว พระราชวังชางด๊อกกุง ประเทศเกาหลี พระราชวังชางด๊อกกุงสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1405 สมัยพระเจ้าแทจงแห่งราชวงศ์โชซอน และเนื่องจากชางด๊อกกุงนั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของพระราชวังคยองบกกุง ชาวเกาหลีจึงรู้จักพระราชวังแห่งนี้ในนามพระราชวังตะวันออก และในปีค.ศ. 1592 พระราชวังแห่งนี้ก็ถูกเผาทำลายโดยกองทัพญี่ปุ่นก่อนจะถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ. 1619 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกในปีค.ศ. 1997 เมื่อมาเยือนพระราชวังชางด๊อกกุงสิ่งแรกที่จะได้พบก็คือประตูหน้าดอนฮวามุนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประตูทางเข้าที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในกรุงโซล เดิมประตูนี้ทำด้วยหินแกรนิตสีขาวทั้งหลัง ทว่าเมื่อถูกเผาทำลายไปการสร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนเดิมนั้นทำได้ยากจึงถูกบูรณะขึ้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน พระตำหนักหลักของพระราชวังชางด๊อกกุงนี้คืออาคารท้องพระโรงซองจองจอน ที่กษัตริย์เคยใช้ว่าราชการและใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และเป็นอีกที่หนึ่งที่เคยถูกเผาทำลายและสร้างขึ้นใหม่เช่นกัน และหากได้เข้าไปเยี่ยมชมก็จะพบกับสถาปัตยกรรมสมัยโชซอนที่ใช้สีแดง-เขียวเป็นหลักในการตกแต่ง รวมถึงภาพวาดที่แสดงถึงสัญลักษณ์ของกษัตริย์อยู่ภายในด้วย แต่ไม่ใช่แค่พระตำหนักหรือพระที่นั่งเท่านั้น พระราชวังชางด๊อกกุงแห่งนี้ยังมีส่วนลับที่รู้จักกันในชื่อ พีวอน