แฮดงยงกุงซา อารามริมผาชายฝั่งปูซานที่ชวนให้แวะไปสักครั้ง

ปูซาน เป็นเมืองท่าของเกาหลีใต้ที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวไม่แพ้โซลเลย อาจด้วยคาแรคเตอร์ของเมืองที่โดดเด่นกันไปคนละด้าน ขณะที่โซลมีความเป็นเมืองหลวงที่พลุกพล่าน ปูซานกลับถูกมองเป็นเมืองท่าทางใต้ที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนเกาหลี แต่ไม่เพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวอย่างชายหาด เมืองปูซานยังเป็นที่ตั้งของอารามเก่าแก่ขึ้นชื่อและเป็นที่ศรัทธาอย่างมากของคนเกาหลี นั่นคืออารามริมผาชายฝั่งวัด แฮดงยงกุงซา แห่งเมืองปูซานนั่นเอง

แฮดงยงกุงซา

แฮดงยงกุงซา แห่งประเทศเกาหลี

นับเป็นอีกวัดเก่าแก่ของคนเกาหลี วัดแฮดงยงกุงซาแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อค.ศ. 1376 นับจนถึงวันนี้ก็มีอายุกว่า 700 ปีแล้ว โดยพระภิกษุรูปหนึ่งฝันเห็นมังกรจึงได้มาสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นที่ริมทะเลดังที่นักท่องเที่ยวได้เห็นในวันนี้ วัดแฮดงยงกุงซาตั้งอยู่ริมผาชายฝั่งทะเลให้ทัศนียภาพงดงามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดแห่งนี้หันหน้าไปทางตะวันออกเข้าสู่ทะเล จึงกลายเป็นหมุดหมายหนึ่งของชาวเกาหลีที่จะต้องมาเคาท์ดาวน์ปีใหม่กันที่นี่ และว่ากันว่าแสงแรกที่วัดแฮดงยงกุงซาแห่งนี้งดงามที่สุดที่หนึ่งในเกาหลีเลยทีเดียว

เมื่อผ่านซุ้มทางเข้าและบันได้ 108 ขั้นเข้ามาบริเวณวัด นักท่องเที่ยวจะได้พบกับทิวทัศน์อันตระการตาของอารามที่ตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเล และเช่นเดียวกับวัดวาอารามอื่น ๆ ในเกาหลี วัดแฮดงยงกุงซาก็มักจะก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้ไม้เป็นหลัก โดดเด่นด้วยลวดลายเฉพาะตัวของเกาหลียืนพื้นด้วยสีแดงและสีเขียวที่สื่อถือความเป็นมงคลเอาไว้ 

แฮดงยงกุงซา

ในวัดแฮดงยงกุงซาแห่งนี้มีจุดให้นักท่องเที่ยวแวะเยี่ยมชมมากมาย แต่จุดที่ดูจะเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวคงหนีไม่พ้นรูปหล่อพระสังกัจจายน์ที่คนเกาหลีเชื่อว่าเป็นเทพที่จะบันดาลความสมบูรณ์พูนสุขให้ รวมถึงผู้หญิงก็มักจะมาอธิษฐานขอบุตรจากเทพองค์นี้เช่นเดียวกัน และข้าง ๆ รูปหล่อพระสังกัจจายน์สีทองเรืองรองนั้นก็เป็นที่ประดิษฐานของรูปสลักของเจ้าแม่กวนอิมที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่จะมาสักการะด้วยเช่นเดียวกัน 

การมาเยี่ยมเยือนวัดแฮดงยงกุงซาแห่งนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นชินเส้นทาง เพราะวัดแห่งนี้ไม่สามารถมาถึงได้ด้วยรถไฟใต้ดิน แต่ต้องโดยสารรถประจำทางมาค่อนข้างไกลจากตัวเมืองปูซาน ดังนั้นใครที่ตั้งใจจะมาเยี่ยมเยือนท่องเที่ยววัดแฮดงยงกุงซาก็ควรกะเวลาให้พอเหมาะและเผื่อเวลาเอาไว้ให้มาก แต่รับรองว่าจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลการท่องเที่ยวทั่วไทย และที่เที่ยวต่างประเทศอื่นๆ เช่น ท่องเมือง “เวนิซ (Venice)” เมืองที่มีคลองคดเคี้ยวที่สุดในโลก อย่าลืมติดตามกันต่อได้อีกที่ kolumbijsko.com

Related Post

ยามากุจิ เมืองที่มีวัฒนธรรมและมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานของญี่ปุ่นยามากุจิ เมืองที่มีวัฒนธรรมและมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานของญี่ปุ่น

ยามากุจิ เป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่บนเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น มีเมืองหลวงคือเมืองยามากุจิ เมืองยามากุจิเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย สำหรับการเดินทางไปที่เมืองยามากุจินั้น การเช่ารถและเดินทางถือเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดแต่ก็อย่าลืมศึกษากฎจราจรของประเทศญี่ปุ่นไว้ด้วยนะครับ สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟเราสามารถขึ้น Shinkansen ไปได้ลงที่สถานี Shin-Yamaguchi  การท่องเที่ยวในเมืองยามากุจิ นั้นนับเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวจะได้พบเจอกับวัดวาอาราม ที่มีกระจายอยู่ทั่วเมืองยามากุจิ นอกจากวัดแล้ว การท่องเที่ยวเชิงเกษตรก็มีอยู่ในเมืองนี้เช่นเดียวกัน นอกจากการท่องเที่ยวแล้ว อาหารในเมืองยามากูจิก็ยังเป็นเอกลักษณ์ โรงแรมที่พักก็จะเป็นสไตล์ญี่ปุ่น  เรามาดูกันดีกว่าว่าสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง ยามากุจิ มีอะไรบ้าง ที่แรก ศาลเจ้าโมโตโนะสุมิ อินาริ พี่ศาลเจ้านี้ จะมีเสาโทริอิสีแดง 

ชวนเที่ยว วัดคิโยมิซุ วัดที่ไม่ได้มีอยู่แค่ในการ์ตูนอิคคิวซังชวนเที่ยว วัดคิโยมิซุ วัดที่ไม่ได้มีอยู่แค่ในการ์ตูนอิคคิวซัง

วัฒนธรรมของญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่ามีเสน่ห์ไม่แพ้ชาติใดในโลก ในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมการเดินเยี่ยมเยียนวัดวาอารามในเกียวโต-เมืองหลวงเก่าแก่ของญี่ปุ่นก็เป็นความฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก วัดที่โด่งดังที่สุดแบบที่เรียกว่าห้ามพลาดเลยคงหนีไม่พ้น วัดคิโยมิซุ วัดที่เณรน้อยอิคคิวซังจำวัดอยู่ในการ์ตูนเรื่องดังนั้นเอง วัดคิโยมิซุ วัดในการ์ตูนอิคคิวซัง วัดคิโยมิซุไม่ได้โด่งดังมาจากการเป็นฉากหลังในการ์ตูนแต่เพียงอย่างเดียว เพราะวัดนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดเก่าแก่อายุกว่าพันปี สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 780 จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก (UNESCO world heritage sites) และยังเป็นวัดที่ได้รับฉายาว่าวัดธารน้ำใสเนื่องมาจากที่วัดนี้มีธารน้ำจากน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ไหลผ่านนั่นเอง นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมเยือนวัดคิโยมิซุตลอดปี โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิที่มักจะเห็นสีชมพูของดอกซากุระเบ่งบานแต่งแต้มไปทั่ววัด หรือไม่ก็ช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่เหล่าใบไม้พากันเปลี่ยนสีเป็นสีส้ม เหลือง แดง ประกอบเป็นฉากที่งดงามจนยากจะลืมเลือน  การขึ้นมาที่วัดคิโยมิซุจะต้องเดินขึ้นบันไดหลายชั้น ทำให้สามารถมองกลับลงไปเห็นย่านเมืองเก่าที่อนุรักษ์เอาไว้รวมถึงตึกรามบ้านช่องของเมืองเกียวโตทอดยาวไปจนจรดขอบฟ้า และแลนด์มาร์คของวัดคิโยมิซุที่นักท่องเที่ยวและผู้ที่มาเยี่ยมเยือนห้ามพลาดก็คือวิหารอาคารไม้หลังใหญ่ที่สูงกว่า

รวบรวมมาให้แล้ว! กับพิกัด สถานศักดิ์สิทธิ์บาหลี ที่ควรไปให้ได้สักครั้งรวบรวมมาให้แล้ว! กับพิกัด สถานศักดิ์สิทธิ์บาหลี ที่ควรไปให้ได้สักครั้ง

เตรียมแพลนวันหยุดยาวๆ ไปกับทริปนี้เลย เราจะพาทุกคนไปสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ ในประเทศหนึ่งในอาเซียนของเรา ก็คือ อินโดนีเซียนั่นเอง ซึ่งจะมีเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงโดดดัง ได้รับความนิยมจากหลายๆ ประเทศเลย ที่พากันมาเที่ยว บาหลี เต็มไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ เต็มไปด้วยหลากหลายสถานที่ท่องเที่ยว หนึ่งในนั้นก็มี สถานศักดิ์สิทธิ์บาหลี ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก แนะนำ สถานศักดิ์สิทธิ์บาหลี ตานะฮ์ลต หรือ วัดทานาล็อต เป็นหนึ่งในวัดที่มีความศักดิสิทธิ์เป็นอย่างมาก มีสถานที่ตั้งอยู่ในเขตตานาบัน บนโขดหินริมคาบสมุทรอินเดีย เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลอย่างมหัศจรรย์ เพราะเกิดจากกัดเซาะของน้ำทะเลมาเรื่อยๆ บริเวณของวัดเราจะได้ชม ปูราตานะฮ์ลต ซึ่งเป็นโบสถ์วิหารพราหมณ์ที่สำคัญ