รวบรวมมาให้แล้ว! กับพิกัด สถานศักดิ์สิทธิ์บาหลี ที่ควรไปให้ได้สักครั้ง

เตรียมแพลนวันหยุดยาวๆ ไปกับทริปนี้เลย เราจะพาทุกคนไปสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ ในประเทศหนึ่งในอาเซียนของเรา ก็คือ อินโดนีเซียนั่นเอง ซึ่งจะมีเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงโดดดัง ได้รับความนิยมจากหลายๆ ประเทศเลย ที่พากันมาเที่ยว บาหลี เต็มไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ เต็มไปด้วยหลากหลายสถานที่ท่องเที่ยว หนึ่งในนั้นก็มี สถานศักดิ์สิทธิ์บาหลี ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก

แนะนำ สถานศักดิ์สิทธิ์บาหลี

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในบาหลี
  1. ตานะฮ์ลต หรือ วัดทานาล็อต

เป็นหนึ่งในวัดที่มีความศักดิสิทธิ์เป็นอย่างมาก มีสถานที่ตั้งอยู่ในเขตตานาบัน บนโขดหินริมคาบสมุทรอินเดีย เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลอย่างมหัศจรรย์ เพราะเกิดจากกัดเซาะของน้ำทะเลมาเรื่อยๆ บริเวณของวัดเราจะได้ชม ปูราตานะฮ์ลต ซึ่งเป็นโบสถ์วิหารพราหมณ์ที่สำคัญ ถูกสร้างโดยนักบุญนิธาราที่ได้บำเพ็ญศีลภาวนาและมีความศักดิ์สิทธิ์มาก รวมถึงยังมีความเชื่อเกี่ยวกับงูเทพเจ้าที่จะคอยปกป้องสถานที่แห่งนี้ภายใต้วิหาร และนอกจากนี้ความสวยงามของวัดทานาล็อตแล้ว หากมองไปรอบๆ ทุกคนได้ชมวิวที่สวยงามเป็นอย่างมาก รับรองว่าได้เก็บภาพกันอย่างเต็มที่เลย 

สถานศักดิ์สิทธิ์บาหลี
  1. วัดเบซากี

วัดนี้จัดเป็นวัดที่สำคัญมากของบาหลีเลย ทั้งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก มีประวิตศาสตร์ยาวนาน และยังเป็นวัดของศาสนาฮินดูที่ใหญ่สุดของบาหลีด้วย ซึ่งจะถูกเรียกอีกชื่อว่า วัดหลวงแห่งเบซากิห์ แน่นอนว่าที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงาม ด้วยปูราที่สร้างในแบบสถาปัตยกรรมของศาสนาฮินดู ด้านหน้าสุดจะเป็นซุ้มประตูหรือจันดีเบินตาร์ที่งดงามเป็นอย่างมาก โดยรอบๆ ก็จะเต็มไปด้วยธรรมชาติ อย่างด้านหลังที่เป็นภูเขาไฟ ในบางช่วงก็มีหมอกลงมาปกคลุมตรงภูเขาไฟด้วย สถานที่นี้จึงมีท่องเที่ยวพากันมาอย่างมากมาย 

สถานศักดิ์สิทธิ์บาหลี
  1. วัดทามันอายุน

ในครั้นอดีตวันแห่งนี้เคยเป็นวังหลวงของราชวงศ์เม็งรี สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ถูกสร้างตามความเชื่อของศาสนาฮินดู เพื่อจำลองให้เป็นจักรวาล อย่างเจดีย์สูงนี้ ก็เปรียบเหมือนเขาพระสุเมรุ และสระน้ำ ก็เปรียบเป็นมหาสมุทรสีทันดร แต่ละจุดนับว่ามีความสวยงามมากจริงๆ ทั้งกำแพงและประตูวัดสร้างจากหิน ได้มีการแกะสลัดอย่างงดงาม

ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในบาหลีเท่านั้น ยังมีอีกหลายๆ ที่ที่น่าไปเที่ยวไม่แพ้กัน หากทริปของคุณมีเวลายาว อย่าลืมไปเที่ยวกัน เช่น วัดถ้ำเสือ วัดอูลูวาตู วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น

หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลการท่องเที่ยวทั่วไทย และที่เที่ยวต่างประเทศอื่นๆ เช่น ยามากุจิ เมืองที่มีวัฒนธรรมและมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานของญี่ปุ่น อย่าลืมติดตามกันต่อได้อีกที่ kolumbijsko.com

Related Post

ยามากุจิ เมืองที่มีวัฒนธรรมและมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานของญี่ปุ่นยามากุจิ เมืองที่มีวัฒนธรรมและมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานของญี่ปุ่น

ยามากุจิ เป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่บนเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น มีเมืองหลวงคือเมืองยามากุจิ เมืองยามากุจิเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย สำหรับการเดินทางไปที่เมืองยามากุจินั้น การเช่ารถและเดินทางถือเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดแต่ก็อย่าลืมศึกษากฎจราจรของประเทศญี่ปุ่นไว้ด้วยนะครับ สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟเราสามารถขึ้น Shinkansen ไปได้ลงที่สถานี Shin-Yamaguchi  การท่องเที่ยวในเมืองยามากุจิ นั้นนับเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวจะได้พบเจอกับวัดวาอาราม ที่มีกระจายอยู่ทั่วเมืองยามากุจิ นอกจากวัดแล้ว การท่องเที่ยวเชิงเกษตรก็มีอยู่ในเมืองนี้เช่นเดียวกัน นอกจากการท่องเที่ยวแล้ว อาหารในเมืองยามากูจิก็ยังเป็นเอกลักษณ์ โรงแรมที่พักก็จะเป็นสไตล์ญี่ปุ่น  เรามาดูกันดีกว่าว่าสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง ยามากุจิ มีอะไรบ้าง ที่แรก ศาลเจ้าโมโตโนะสุมิ อินาริ พี่ศาลเจ้านี้ จะมีเสาโทริอิสีแดง 

ท่องเมือง “เวนิซ (Venice)” เมืองที่มีคลองคดเคี้ยวที่สุดในโลกท่องเมือง “เวนิซ (Venice)” เมืองที่มีคลองคดเคี้ยวที่สุดในโลก

เวนิซ (Venice) เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นบนทะเลสาบที่เต็มไปด้วยคลองไม่มีถนนสำหรับรถยนต์ สถานที่เกี่ยวกับกวีและโรแมนติกที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และศิลปะเป็นที่รู้จักกันดีในจัตุรัสซานมาร์โก, คาร์นาวาล, กอนโดลาและสะพานและพระราชวังหลายแห่ง ตรงกันข้ามกับความเชื่อที่ได้รับความนิยมเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมเวนิซไม่จำเป็นต้องเป็นช่วงวันหยุดฤดูหนาวเนื่องจากเมืองสามารถถูกปกคลุมไปด้วยหมอกในช่วงฤดูหนาวซึ่งทำให้เกิดความน่าอัศจรรย์ เวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือช่วงคาร์นิวัลหรือช่วงฤดูใบไม้ผลิ สถานที่ท่องเที่ยวในเมือง “เวนิซ (Venice)” Amalfi Coast and Capri สถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะหากคุณต้องการหยุดพักในการผสมผสานของวัฒนธรรมความสง่างามธรรมชาติที่ยอดเยี่ยมและชายฝั่งหินที่สวยงาม เยี่ยมชมชายฝั่งได้ดีที่สุดในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวเพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน บ้านพักตากอากาศแห่งแรกสร้างขึ้นบนชายฝั่งอามาลฟี ย้อนกลับไปในยุคโรมัน แต่ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมาวัฒนธรรมที่แตกต่างได้ตัดสินในมุมที่เป็นเอกลักษณ์ของอิตาลี ช่วงเวลาที่เฟื่องฟูที่สุดของอามาลฟีเกิดขึ้นระหว่างศตวรรษที่สิบสามและสิบสามเมื่อเป็นหนึ่งในสี่ของสาธารณรัฐทางทะเลปกครองอิตาลี (อีกสามเมืองคือเจนัว,ปิซาและเวนิส) สถานที่ท่องเที่ยวคือวิหาร Amalfi, Ravello และ Positano Cinque Terre คำว่า

ชวนทุกคนไปชมสวนลับแห่ง พระราชวังชางด๊อกกุง ประเทศเกาหลีชวนทุกคนไปชมสวนลับแห่ง พระราชวังชางด๊อกกุง ประเทศเกาหลี

อีกหนึ่งพระราชวังสำคัญแห่งกรุงโซลที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมกันสม่ำเสมอก็คือ พระราชวังชางด๊อกกุง พระราชวังแห่งนี้แม้ไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่าเหมือนกับคยองบกกุง แต่ก็มีรายละเอียดและสวนสวย ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมกันได้ไม่รู้เบื่อทีเดียว พระราชวังชางด๊อกกุง ประเทศเกาหลี พระราชวังชางด๊อกกุงสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1405 สมัยพระเจ้าแทจงแห่งราชวงศ์โชซอน และเนื่องจากชางด๊อกกุงนั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของพระราชวังคยองบกกุง ชาวเกาหลีจึงรู้จักพระราชวังแห่งนี้ในนามพระราชวังตะวันออก และในปีค.ศ. 1592 พระราชวังแห่งนี้ก็ถูกเผาทำลายโดยกองทัพญี่ปุ่นก่อนจะถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ. 1619 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกในปีค.ศ. 1997 เมื่อมาเยือนพระราชวังชางด๊อกกุงสิ่งแรกที่จะได้พบก็คือประตูหน้าดอนฮวามุนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประตูทางเข้าที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในกรุงโซล เดิมประตูนี้ทำด้วยหินแกรนิตสีขาวทั้งหลัง ทว่าเมื่อถูกเผาทำลายไปการสร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนเดิมนั้นทำได้ยากจึงถูกบูรณะขึ้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน พระตำหนักหลักของพระราชวังชางด๊อกกุงนี้คืออาคารท้องพระโรงซองจองจอน ที่กษัตริย์เคยใช้ว่าราชการและใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และเป็นอีกที่หนึ่งที่เคยถูกเผาทำลายและสร้างขึ้นใหม่เช่นกัน และหากได้เข้าไปเยี่ยมชมก็จะพบกับสถาปัตยกรรมสมัยโชซอนที่ใช้สีแดง-เขียวเป็นหลักในการตกแต่ง รวมถึงภาพวาดที่แสดงถึงสัญลักษณ์ของกษัตริย์อยู่ภายในด้วย แต่ไม่ใช่แค่พระตำหนักหรือพระที่นั่งเท่านั้น พระราชวังชางด๊อกกุงแห่งนี้ยังมีส่วนลับที่รู้จักกันในชื่อ พีวอน