ยามากุจิ เมืองที่มีวัฒนธรรมและมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานของญี่ปุ่น

ยามากุจิ เป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่บนเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น มีเมืองหลวงคือเมืองยามากุจิ เมืองยามากุจิเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย สำหรับการเดินทางไปที่เมืองยามากุจินั้น การเช่ารถและเดินทางถือเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดแต่ก็อย่าลืมศึกษากฎจราจรของประเทศญี่ปุ่นไว้ด้วยนะครับ สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟเราสามารถขึ้น Shinkansen ไปได้ลงที่สถานี Shin-Yamaguchi 

การท่องเที่ยวในเมืองยามากุจิ นั้นนับเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวจะได้พบเจอกับวัดวาอาราม ที่มีกระจายอยู่ทั่วเมืองยามากุจิ นอกจากวัดแล้ว การท่องเที่ยวเชิงเกษตรก็มีอยู่ในเมืองนี้เช่นเดียวกัน นอกจากการท่องเที่ยวแล้ว อาหารในเมืองยามากูจิก็ยังเป็นเอกลักษณ์ โรงแรมที่พักก็จะเป็นสไตล์ญี่ปุ่น 

เรามาดูกันดีกว่าว่าสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง ยามากุจิ มีอะไรบ้าง

ยามากุจิ

ที่แรก ศาลเจ้าโมโตโนะสุมิ อินาริ

พี่ศาลเจ้านี้ จะมีเสาโทริอิสีแดง  123 ต้น วางเรียงรายเป็นอุโมงค์ตั้งแต่ศาลเจ้าจนถึงข้างล่างพี่เป็นจุดชมวิว เปรียบเป็นเสมือนอุโมงค์เสาโทริอิ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของสถานที่ท่องเที่ยวนี้ และเป็นสถานที่ ที่ใครหลายคนมักไปถ่ายรูป สำหรับการขอพรนั้นที่ศาลเจ้าโมโตะโนะสุมิ อินาริ ก็มีให้ขอพร จะมีกล่องบริจาคที่อยู่บริเวณด้านบนประตูทางเข้าศาล ถ้าหากโยนเหรียญลงไปและอธิษฐาน คำอธิษฐานจะเป็นจริง

ยามากุจิ

ที่สอง ศาลเจ้าโชอิน ในเมืองยามากุจิ ศาลเจ้าโชอินจะเป็นที่ประทับบูชาอาจารย์โยชิดะ โชอิน  คนส่วนใหญ่จะมาขอพรเรื่องการเรียน

ยามากุจิ

นอกจากศาลเจ้าที่มีอยู่มากมายแล้วที่เมืองยามากูจิยังมีปราสาทอิวาคุนิ ปราสาทอีวาคุนิตั้งอยู่บนยอดเขาสูงภายในประสาทจะบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับการทำอาวุธในสมัยโบราณนอกจากจะมีประวัติศาสตร์แล้วข้างบนของปราสาทยังเป็นจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชมวิวรอบๆขอปราสาทได้อีกด้วย

สำหรับ สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่เป็นจุดสำคัญ ก็คือ สะพานสิโนะชิมะ, ไคเคียว ยูเมะ ทาวเวอร์, พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคเคียวคัง และอื่น ๆ

ในด้านของอาหารการกิน เมืองยามากุจิมีร้านอาหารมากมายซึ่งมีร้านอาหารส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารสไตล์ญี่ปุ่น อย่างเช่น ร้านโซบะ ร้านซูชิ ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ต่างๆ สำหรับของหวานที่เมืองยามากูจิมีร้านไอติมชื่อดังชื่อมูซาชิ พี่มีไอติมให้เลือกมากกว่า 100 รส 

เมืองยามากุจินับว่าเป็นเมืองที่มีอุ่นไอแห่งวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นรวมทั้งประวัติศาสตร์และธรรมชาติ สำหรับใครที่ไปญี่ปุ่นแล้วไม่อยากเที่ยวในเมืองก็สามารถมารับอุ่นไอธรรมชาติและการเที่ยวเมืองเก่ามีวัฒนธรรมเป็นของตัวเองก็สามารถมาได้ที่เมืองยามากุจิ เพราะที่นี่ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่ไม่ได้เขียนลงในบทความฉบับนี้ 

หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลการท่องเที่ยวทั่วไทย และที่เที่ยวต่างประเทศอื่นๆ เช่น
ชวนเที่ยว วัดคิโยมิซุ วัดที่ไม่ได้มีอยู่แค่ในการ์ตูนอิคคิวซัง อย่าลืมติดตามกันต่อได้อีกที่ kolumbijsko.com

Related Post

ท่องเมือง “เวนิซ (Venice)” เมืองที่มีคลองคดเคี้ยวที่สุดในโลกท่องเมือง “เวนิซ (Venice)” เมืองที่มีคลองคดเคี้ยวที่สุดในโลก

เวนิซ (Venice) เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นบนทะเลสาบที่เต็มไปด้วยคลองไม่มีถนนสำหรับรถยนต์ สถานที่เกี่ยวกับกวีและโรแมนติกที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และศิลปะเป็นที่รู้จักกันดีในจัตุรัสซานมาร์โก, คาร์นาวาล, กอนโดลาและสะพานและพระราชวังหลายแห่ง ตรงกันข้ามกับความเชื่อที่ได้รับความนิยมเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมเวนิซไม่จำเป็นต้องเป็นช่วงวันหยุดฤดูหนาวเนื่องจากเมืองสามารถถูกปกคลุมไปด้วยหมอกในช่วงฤดูหนาวซึ่งทำให้เกิดความน่าอัศจรรย์ เวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือช่วงคาร์นิวัลหรือช่วงฤดูใบไม้ผลิ สถานที่ท่องเที่ยวในเมือง “เวนิซ (Venice)” Amalfi Coast and Capri สถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะหากคุณต้องการหยุดพักในการผสมผสานของวัฒนธรรมความสง่างามธรรมชาติที่ยอดเยี่ยมและชายฝั่งหินที่สวยงาม เยี่ยมชมชายฝั่งได้ดีที่สุดในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวเพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน บ้านพักตากอากาศแห่งแรกสร้างขึ้นบนชายฝั่งอามาลฟี ย้อนกลับไปในยุคโรมัน แต่ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมาวัฒนธรรมที่แตกต่างได้ตัดสินในมุมที่เป็นเอกลักษณ์ของอิตาลี ช่วงเวลาที่เฟื่องฟูที่สุดของอามาลฟีเกิดขึ้นระหว่างศตวรรษที่สิบสามและสิบสามเมื่อเป็นหนึ่งในสี่ของสาธารณรัฐทางทะเลปกครองอิตาลี (อีกสามเมืองคือเจนัว,ปิซาและเวนิส) สถานที่ท่องเที่ยวคือวิหาร Amalfi, Ravello และ Positano Cinque Terre คำว่า

แฮดงยงกุงซา อารามริมผาชายฝั่งปูซานที่ชวนให้แวะไปสักครั้งแฮดงยงกุงซา อารามริมผาชายฝั่งปูซานที่ชวนให้แวะไปสักครั้ง

ปูซาน เป็นเมืองท่าของเกาหลีใต้ที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวไม่แพ้โซลเลย อาจด้วยคาแรคเตอร์ของเมืองที่โดดเด่นกันไปคนละด้าน ขณะที่โซลมีความเป็นเมืองหลวงที่พลุกพล่าน ปูซานกลับถูกมองเป็นเมืองท่าทางใต้ที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนเกาหลี แต่ไม่เพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวอย่างชายหาด เมืองปูซานยังเป็นที่ตั้งของอารามเก่าแก่ขึ้นชื่อและเป็นที่ศรัทธาอย่างมากของคนเกาหลี นั่นคืออารามริมผาชายฝั่งวัด แฮดงยงกุงซา แห่งเมืองปูซานนั่นเอง แฮดงยงกุงซา แห่งประเทศเกาหลี นับเป็นอีกวัดเก่าแก่ของคนเกาหลี วัดแฮดงยงกุงซาแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อค.ศ. 1376 นับจนถึงวันนี้ก็มีอายุกว่า 700 ปีแล้ว โดยพระภิกษุรูปหนึ่งฝันเห็นมังกรจึงได้มาสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นที่ริมทะเลดังที่นักท่องเที่ยวได้เห็นในวันนี้ วัดแฮดงยงกุงซาตั้งอยู่ริมผาชายฝั่งทะเลให้ทัศนียภาพงดงามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดแห่งนี้หันหน้าไปทางตะวันออกเข้าสู่ทะเล จึงกลายเป็นหมุดหมายหนึ่งของชาวเกาหลีที่จะต้องมาเคาท์ดาวน์ปีใหม่กันที่นี่ และว่ากันว่าแสงแรกที่วัดแฮดงยงกุงซาแห่งนี้งดงามที่สุดที่หนึ่งในเกาหลีเลยทีเดียว เมื่อผ่านซุ้มทางเข้าและบันได้ 108 ขั้นเข้ามาบริเวณวัด นักท่องเที่ยวจะได้พบกับทิวทัศน์อันตระการตาของอารามที่ตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเล และเช่นเดียวกับวัดวาอารามอื่น ๆ ในเกาหลี

ชวนเที่ยว วัดคิโยมิซุ วัดที่ไม่ได้มีอยู่แค่ในการ์ตูนอิคคิวซังชวนเที่ยว วัดคิโยมิซุ วัดที่ไม่ได้มีอยู่แค่ในการ์ตูนอิคคิวซัง

วัฒนธรรมของญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่ามีเสน่ห์ไม่แพ้ชาติใดในโลก ในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมการเดินเยี่ยมเยียนวัดวาอารามในเกียวโต-เมืองหลวงเก่าแก่ของญี่ปุ่นก็เป็นความฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก วัดที่โด่งดังที่สุดแบบที่เรียกว่าห้ามพลาดเลยคงหนีไม่พ้น วัดคิโยมิซุ วัดที่เณรน้อยอิคคิวซังจำวัดอยู่ในการ์ตูนเรื่องดังนั้นเอง วัดคิโยมิซุ วัดในการ์ตูนอิคคิวซัง วัดคิโยมิซุไม่ได้โด่งดังมาจากการเป็นฉากหลังในการ์ตูนแต่เพียงอย่างเดียว เพราะวัดนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดเก่าแก่อายุกว่าพันปี สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 780 จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก (UNESCO world heritage sites) และยังเป็นวัดที่ได้รับฉายาว่าวัดธารน้ำใสเนื่องมาจากที่วัดนี้มีธารน้ำจากน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ไหลผ่านนั่นเอง นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมเยือนวัดคิโยมิซุตลอดปี โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิที่มักจะเห็นสีชมพูของดอกซากุระเบ่งบานแต่งแต้มไปทั่ววัด หรือไม่ก็ช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่เหล่าใบไม้พากันเปลี่ยนสีเป็นสีส้ม เหลือง แดง ประกอบเป็นฉากที่งดงามจนยากจะลืมเลือน  การขึ้นมาที่วัดคิโยมิซุจะต้องเดินขึ้นบันไดหลายชั้น ทำให้สามารถมองกลับลงไปเห็นย่านเมืองเก่าที่อนุรักษ์เอาไว้รวมถึงตึกรามบ้านช่องของเมืองเกียวโตทอดยาวไปจนจรดขอบฟ้า และแลนด์มาร์คของวัดคิโยมิซุที่นักท่องเที่ยวและผู้ที่มาเยี่ยมเยือนห้ามพลาดก็คือวิหารอาคารไม้หลังใหญ่ที่สูงกว่า