แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว Unseen! หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ

ภาคอีสานแผ่นดินที่ใหญ่โต มีพื้นที่มาก และความกว้างที่สุดในประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งสถานที่ธรรมชาติ และศิลปะโบราณ มีที่พักให้นักท่องเที่ยวอย่างสะดวกสบาย อีสาน พ.ศ นี้ไม่แห้งแล้งอีกแล้ว มีสภาพที่ไม่ต่างจากภาคอื่น ๆ ในบ้านเรา หรือแม้แต่กรุงเทพ ฯ การเดินทางก็สะดวกสบายด้วยเส้นทาง 4 เลนซูเปอร์ไฮเวย์ สามารถไปและกลับได้ภายในวันเดียว วันนี้เราจะไปดูสิ่งแปลกที่ธรรมชาติได้สร้างไว้ได้อย่างยิ่งใหญ่อย่าง หินสามวาฬ กันเลย

“หินสามวาฬ” จังหวัดบึงกาฬ

หินสามวาฬ

ณ อ.ภูสิงห์ จ.บึงกาฬ ถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่มีสิ่งธรรมชาติเป็นก้อนหินใหญ่ รูปทรงเหมือนปลาวาฬโผล่หัวออกมาจากภูเขา เป็นธรรมชาติล้วน ๆ ที่ยิ่งใหญ่ไม่มีใครเหมือนหินสามวาฬหรือ Tree Rock Whale

เล่าลือกันว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 75 ล้านปี มีลักษณะที่เหมือนหัวปลาวาฬตัวมหึมาที่โผล่ออกมาจากภูเขาวางเรียงซ้อนกันอยู่ถึง 3 ตัว หรือ 3 ก้อน มองไกล ๆ แล้วจะมีรูปร่างเหมือนปลาวาฬ พ่อ แม่ ลูกที่กำลังว่ายน้ำเล่นกันอย่างสบายอารมณ์ สร้างความสนุกสนานตามธรรมชาติ เป็นที่มาของชื่อ “หินสามวาฬ”

หินสามวาฬ

เป็นสถานที่จุดชมวิวที่สวยงามและโดดเด่น ของ อ.ภูสิงห์ เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นอีกแห่งหนึ่งของทางภาคอีสาน ที่ผู้ชมสามารถยืนชมวิวทิวทัศน์ของป่าภูวัว ห้วยบังบาตร แก่งสะดอด และหาดทรายแม่น้ำโขง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินบนหินหัวปลาวาฬได้อย่างสะดวก แต่ต้องระมัดระวังสักหน่อย เนื่องจากไม่มีรั้วกั้นไว้โดยรอบ 

ถ้าได้ไปยืนที่หินหัวปลาวาฬก้อนกลางจะถ่ายภาพ หินหัวปลาวาฬก้อนใหญ่ได้อย่างสวยงาม หินหัวปลาวาฬมีลักษณะเหมือนวาฬตัวใหญ่ ถ้าพิจารณาจากพื้นผิวแล้วก็ยิ่งเหมือนวาฬอย่างมาก เนื่องจากมีสภาพลื่น ถ้าขึ้นไปควรใช้ความระมัดระวังให้ดี

สถานที่ดังกล่าวยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวถ้ำฤษี ซึ่งมีนักท่องเที่ยวไปพักกันอย่างมาก การเดินทางสามารถขับรถจาก จ.บึงกาฬประมาณ 30 กม. ตามเส้นทางเลียบแม่น้ำโขง ของ จ.นครพนม ตามเส้นทาง อ.ภูสิงห์ เลี้ยงขึ้นไปอีกประมาณ 6 กม.ก็จะถึง มีลานจอดรถได้อย่างปลอดภัย มีเต็นท์ให้เช่า และได้เห็นถ้ำฤาษี จากนั้นให้เดินเท้าเข้าไปชมหินหัวปลาวาฬที่อยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 200 เมตร

หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลการท่องเที่ยวทั่วไทย และที่เที่ยวในภาคอีสานอื่นๆ เช่น สถานที่เที่ยวเชียงคาน ที่บอกเลยว่าน่าเที่ยว บรรยากาศดีๆที่ไม่ควรพลาด อย่าลืมติดตามกันต่อได้อีกที่ kolumbijsko.com

Related Post

ชวนมาเช็คอินกันที่ “ทุ่งดอกเก๊กฮวย” บานสะพรั่งแล้วที่โคราชชวนมาเช็คอินกันที่ “ทุ่งดอกเก๊กฮวย” บานสะพรั่งแล้วที่โคราช

การได้เข้าไปถ่ายรูปในทุ่งดอกไม้คงเป็นความฝันของผู้หญิงหลาย ๆ คน วันนี้ความฝันของคุณจะเป็นจริงแล้ว เมื่อเมืองโคราช หรือจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ยก ทุ่งดอกเก๊กฮวย มาให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาถ่ายรูปเช็คอินกับดอกเก๊กฮวยที่เหลืองอร่ามสะดุดตา ลองจินตนาการดูนะคะว่าถ้าเราเข้าไปยืนอยู่กลางทุ่งของดอกเก๊กฮวยที่กำลังบานสะพรั่ง พร้อมกับการได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกเก๊กฮวยตลอดเวลา จะทำให้เรามีความสุขมากมายขนาดไหน “ทุ่งดอกเก๊กฮวย” สถานที่เที่ยวแห่งใหม่ของโคราช ที่รอให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัส การเดินทางมาถ่ายรูปกับทุ่งดอกเก๊กฮวยที่กำลังบานสะพรั่งอยู่นั้น ไม่ต้องเดินทางไปถึงภาคเหนือเราก็สามารถที่จะถ่ายรูปกับทุ่งดอกเก๊กฮวยได้อย่างง่ายดาย ด้วยการเดินทางมาที่บ้านเขาพญาปราบ ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา มุ่งตรงมาที่ทุ่งดอกเก๊กฮวยที่มีชื่อว่า “ทุ่งดอกเก๊กฮวย วังสองนคร” เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เป็นเจ้าหญิงที่ได้ถ่ายรูปกับทุ่งดอกไม้ที่สวยงามแล้ว ทุ่งดอกเก๊กฮวยวังสองนคร จุดเช็คอินที่กำลังเป็นที่นิยมของจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) เป็นทุ่งดอกเก๊กฮวยที่มีความสวยงามเป็นที่สะดุดตาของผู้ที่ผ่านไปมาเป็นอย่างมาก

สถานที่เที่ยวเชียงคาน ที่บอกเลยว่าน่าเที่ยว บรรยากาศดีๆที่ไม่ควรพลาดสถานที่เที่ยวเชียงคาน ที่บอกเลยว่าน่าเที่ยว บรรยากาศดีๆที่ไม่ควรพลาด

ว่าด้วยเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ อีกอย่างหนึ่งของหลายๆ คนที่บอกเลยว่าเรื่องของการท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก ๆ วันนี้แอดอยากที่จะมาแนะนำ 3 สถานที่เที่ยวเชียงคาน ที่บอกเลยว่าน่าเที่ยว บรรยากาศ บอกเลยว่าสวยและไม่ครพลาด บอกเลยว่าเชียงคานก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้คนแวะเวียนไปเที่ยวและบรรยากาศดีมาก ๆ สถานที่เที่ยวเชียงคาน ที่ไหนน่าไปบ้าง มาเริ่มกันที่สถานที่เที่ยวเชียงคานที่บอกเลยว่าไม่ควรพลาด สถานที่ท่องเที่ยวแรกที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ แก่งคุดคู้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงคาน ที่มีลักษณะเป็นแก่งหินขนาดใหญ่ ที่อยู่กลางลำน้ำโขง ซึ่งบอกเลยว่าช่วงประมาณกุมภาพันธ์ถึงประมาณเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่น่ามาเที่ยวแก่งคุดคู้มาก ๆ บอกเลยว่าสวยและบรรยากาศดีสุด ๆ  สถานที่เที่ยวเชียงคานที่บอกเลยว่าไม่ควรพลาด สถานที่ท่องเที่ยวที่สองที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ

พาชมโบราณสถาน วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือ วัดเรืองแสง อุบลราชธานีพาชมโบราณสถาน วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือ วัดเรืองแสง อุบลราชธานี

ในวันหยุดยาวแบบนี้เราชาวพุทธศาสนิกชน ก็ควรที่จะทำหน้าที่เป็นชาวพุทธที่ดีโดยการไปทำบุญตักบาตรในวัดหรือสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้จิตใจของเราร่มเย็นและแจ่มใสในวันนี้นักเขียนได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวที่จังหวัดอุบลราชธานีเป็นเวลา 1 อาทิตย์ จึงอยากที่จะแนะนำสถานที่เชิงโบราณสถานและวัดที่สวยงามที่สุดในภาคอีสานกับการพาชมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัดและโบราณสถานวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือ วัดเรืองแสง อุบลราชธานี นั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราจะไปชมกันนะคะว่าที่วัดเรืองแสงในจังหวัดอุบลราชธานีนี้จะน่าท่องเที่ยวมากขนาดไหน กับ ศิลปะอย่างมากมายเลยค่ะ ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยววัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ที่ตั้ง : ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี 34350 การเดินทาง : คุณสามารถเดินทางได้โดยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ หรือรถทุกชนิดได้เลยค่ะ วันเวลาที่เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน ทุกเวลา  ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง