5 สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนจะ “เดินทางไปต่างประเทศ”

ในการเดินทางไปต่างแดนนั้นถือว่าเรื่องที่เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้อย่างมหัศจรรย์และเป็นเรื่องราวที่น่าตื่นตาตื่นใจ หลายคนตั้งใจทำงานในการสะสมเงินออมเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ หลายคนมักจะสืบค้นข้อมูลของสถานที่ที่ต้องการจะเดินทางไปท่องเที่ยวรวมถึงสิ่งองเครื่องใช้ต่าง ๆ ทว่าความเป็นจริงแล้วในการ เดินทางไปต่างประเทศ นั้น ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเดินทางเข้าไปในประเทศนั้นได้ง่ายดาย เนื่องจากในแต่ละประเทศจะมีจุดตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งหลายคนฝันสลายเพราะไม่ผ่าน ตม. ซึ่งผู้เขียนได้มองเห็นปัญหาในจุดดังกล่าว จึงได้รวบรวม 5 สิ่งด้วยกันในเตรียมตัวให้ผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง 

เดินทางไปต่างประเทศ

5 สิ่งในเตรียมตัวให้ผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง เพื่อ “เดินทางไปต่างประเทศ”

  • หลักฐานระบุตัวตน คือ การเดินทางไปต่างประเทศบางคนเป็นพนักงานเดินทางไปท่องเที่ยววันหยุด บางคนเป็นนักเรียน นักศึกษาที่เข้าไปศึกษาต่อในประเทศนั้น ๆ เอกสารการแสดงตัวว่าเป็นพนักงานที่ไหน ทำงานเกี่ยวกับอะไร หรือสภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษาจะทำให้ทุกคนสามารถเข้าประเทศต่าง ๆ ได้ง่ายดาย เพราะสามารถระบุตัวตนได้และมีฐานการใช้ชีวิตที่มั่นคงนั้นเอง 
  • เบอร์โทรศัพท์บุคคลที่รู้จักในประเทศนั้น ๆ คือ หากทุกคนมีคนที่รู้จักในประเทศที่เดินทางไปการแสดงเบอร์โทรศัพท์ให้ทราบถือว่าเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือของการเดินทางได้อีกทางหนึ่ง เจ้าหน้าที่จุดตรวจมักจะให้ผ่านกับทุกคนที่มีบุคคลรู้จักเป็นคนในประเทศเสมอ
เดินทางไปต่างประเทศ
  • สถานที่พัก คือ สถานที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปต่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญมากที่เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบ ถ้าคิดง่าย ๆ ก็คือ ทุกคนเดินทางไปสถานที่ใดที่ต้องมีการค้างคืนแต่ไม่มีกรระบุที่พัก แน่นอน! หลายคนต้องคิดว่าทุกคนจะไปพักที่ใดหรือมีสิ่งที่ปิดบังในการเดินทาง ลักษณะนี้ เป็นต้น 
  • ระดับอารมณ์ คือ การใช้ท่าทางที่สุภาพกับเจ้าหน้าที่จะทำให้ทุกคนได้รับความเอ็นดูและการช่วยเหลือต่าง ๆ จะมีประสิทธิภาพ
  • ที่จัดเก็บเอกสาร คือ การเดินทางไปต่างประเทศ การแต่งกายต้องดูดีเสมอ หากทุกอย่างดีหมดยกเว้นการจัดเก็บเอกสารที่ไม่ระเบียบความน่าเชื่อถือของทุกคนจะลดลง ดังนั้นเอกสารสามารถหาแฟ้มที่พอดีในการจัดเก็บจะเป็นการดีมากเลย

หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลการท่องเที่ยวทั่วไทย และที่เที่ยวต่างประเทศอื่นๆ เช่น พาไปชมกับ Top 5 ที่ท่องเทียวยอดนิยมในประเทศ มาเลเซีย อย่าลืมติดตามกันต่อได้อีกที่ kolumbijsko.com

Related Post

ห้ามพลาด! กับ 6 ที่เที่ยวเวียดนาม หากพลาดแล้วจะเสียใจมากห้ามพลาด! กับ 6 ที่เที่ยวเวียดนาม หากพลาดแล้วจะเสียใจมาก

นอกจากประเทศไทยที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายแล้ว ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่าง ที่เที่ยวเวียดนาม ก็มีเที่ยวมากมายรอให้เราได้ไปสัมผัสอยู่เช่นกัน โดยวันนี้เราจะพาทุกคนไปทัวร์เวียดนามกัน ซึ่งเมื่อเดินทางถึงเวียดนามแล้วที่แรกที่ควรไปคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ย่านเมืองเก่าฮานอย  แนะนำ 6 ที่เที่ยวเวียดนาม เด็ดๆ ย่านเก่าเมืองฮานอยถือเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ เพราะบริเวณนี้จะเต็มไปด้วยตึกที่สร้างมาจากสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ เมื่อได้เข้าไปเดินแล้วเหมือนหลุดเข้าไปช่วงเวลาสมัยก่อนเลยล่ะค่ะ แต่หากใครอยากชมสถาปัตยกรรมสวย ๆ อย่างเต็มรูป แนะนำให้มาแชะภาพถ่ายกันที่ วิหารวรรณกรรมวันเหมียว ซึ่งมีเรื่องราวน่าสนใจทางสถาปัตยกรรมและความเป็นวิหารแห่งวรรณกรรม จะได้กลิ่นอายที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มาก ๆ เลย ซาปา สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต หากใครจะไปเวียดนามก็ต้องมาที่แห่งนี้ได้ โดยที่แห่งนี้จะอยู่ทางตอนเหนือของเวียดน้ำเป็นภูเขาที่มีขนาดใหญ่ กว้างใหญ่ไพศาล พร้อมกับนาขั้นบันไดตัดสีเรียงรายสวยงาม หากมาช่วงหน้าฝนหรือหน้าหนาวจะได้รับความฟินขั้นสุด

ชวนทุกคนไปชมสวนลับแห่ง พระราชวังชางด๊อกกุง ประเทศเกาหลีชวนทุกคนไปชมสวนลับแห่ง พระราชวังชางด๊อกกุง ประเทศเกาหลี

อีกหนึ่งพระราชวังสำคัญแห่งกรุงโซลที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมกันสม่ำเสมอก็คือ พระราชวังชางด๊อกกุง พระราชวังแห่งนี้แม้ไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่าเหมือนกับคยองบกกุง แต่ก็มีรายละเอียดและสวนสวย ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมกันได้ไม่รู้เบื่อทีเดียว พระราชวังชางด๊อกกุง ประเทศเกาหลี พระราชวังชางด๊อกกุงสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1405 สมัยพระเจ้าแทจงแห่งราชวงศ์โชซอน และเนื่องจากชางด๊อกกุงนั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของพระราชวังคยองบกกุง ชาวเกาหลีจึงรู้จักพระราชวังแห่งนี้ในนามพระราชวังตะวันออก และในปีค.ศ. 1592 พระราชวังแห่งนี้ก็ถูกเผาทำลายโดยกองทัพญี่ปุ่นก่อนจะถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ. 1619 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกในปีค.ศ. 1997 เมื่อมาเยือนพระราชวังชางด๊อกกุงสิ่งแรกที่จะได้พบก็คือประตูหน้าดอนฮวามุนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประตูทางเข้าที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในกรุงโซล เดิมประตูนี้ทำด้วยหินแกรนิตสีขาวทั้งหลัง ทว่าเมื่อถูกเผาทำลายไปการสร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนเดิมนั้นทำได้ยากจึงถูกบูรณะขึ้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน พระตำหนักหลักของพระราชวังชางด๊อกกุงนี้คืออาคารท้องพระโรงซองจองจอน ที่กษัตริย์เคยใช้ว่าราชการและใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และเป็นอีกที่หนึ่งที่เคยถูกเผาทำลายและสร้างขึ้นใหม่เช่นกัน และหากได้เข้าไปเยี่ยมชมก็จะพบกับสถาปัตยกรรมสมัยโชซอนที่ใช้สีแดง-เขียวเป็นหลักในการตกแต่ง รวมถึงภาพวาดที่แสดงถึงสัญลักษณ์ของกษัตริย์อยู่ภายในด้วย แต่ไม่ใช่แค่พระตำหนักหรือพระที่นั่งเท่านั้น พระราชวังชางด๊อกกุงแห่งนี้ยังมีส่วนลับที่รู้จักกันในชื่อ พีวอน

แฮดงยงกุงซา อารามริมผาชายฝั่งปูซานที่ชวนให้แวะไปสักครั้งแฮดงยงกุงซา อารามริมผาชายฝั่งปูซานที่ชวนให้แวะไปสักครั้ง

ปูซาน เป็นเมืองท่าของเกาหลีใต้ที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวไม่แพ้โซลเลย อาจด้วยคาแรคเตอร์ของเมืองที่โดดเด่นกันไปคนละด้าน ขณะที่โซลมีความเป็นเมืองหลวงที่พลุกพล่าน ปูซานกลับถูกมองเป็นเมืองท่าทางใต้ที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนเกาหลี แต่ไม่เพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวอย่างชายหาด เมืองปูซานยังเป็นที่ตั้งของอารามเก่าแก่ขึ้นชื่อและเป็นที่ศรัทธาอย่างมากของคนเกาหลี นั่นคืออารามริมผาชายฝั่งวัด แฮดงยงกุงซา แห่งเมืองปูซานนั่นเอง แฮดงยงกุงซา แห่งประเทศเกาหลี นับเป็นอีกวัดเก่าแก่ของคนเกาหลี วัดแฮดงยงกุงซาแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อค.ศ. 1376 นับจนถึงวันนี้ก็มีอายุกว่า 700 ปีแล้ว โดยพระภิกษุรูปหนึ่งฝันเห็นมังกรจึงได้มาสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นที่ริมทะเลดังที่นักท่องเที่ยวได้เห็นในวันนี้ วัดแฮดงยงกุงซาตั้งอยู่ริมผาชายฝั่งทะเลให้ทัศนียภาพงดงามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดแห่งนี้หันหน้าไปทางตะวันออกเข้าสู่ทะเล จึงกลายเป็นหมุดหมายหนึ่งของชาวเกาหลีที่จะต้องมาเคาท์ดาวน์ปีใหม่กันที่นี่ และว่ากันว่าแสงแรกที่วัดแฮดงยงกุงซาแห่งนี้งดงามที่สุดที่หนึ่งในเกาหลีเลยทีเดียว เมื่อผ่านซุ้มทางเข้าและบันได้ 108 ขั้นเข้ามาบริเวณวัด นักท่องเที่ยวจะได้พบกับทิวทัศน์อันตระการตาของอารามที่ตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเล และเช่นเดียวกับวัดวาอารามอื่น ๆ ในเกาหลี