“ทัชมาฮาล” สถานที่ที่เป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก

ใครที่อินกับความรัก และมองเห็นความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม  อยากให้ลองแพ็คกระเป๋าเดินทางไปเที่ยว ทัชมาฮาล (Taj Mahal)  สิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกที่เป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก ที่ประเทศอินเดียกันสักครั้ง  รับรองว่าทุกย่างก้าวที่คุณได้เข้าไปสัมผัสปราสาทแห่งนี้ คุณจะเต็มอิ่มไปกับความสวยงาม อลังการ และอบอวลไปด้วยกลิ่นไอของความรักที่เป็นนิรันดร์ในทุกๆนาที

“ทัชมาฮาล” (Taj Mahal) กับเรื่องราวความรักสุดแสนโรแมนติก

ทัชมาฮาล(Taj Mahal)เป็นสถาปัตยกรรมสวยงามที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานให้กับคนรัก  ทัชมาฮาลสร้างด้วยหินอ่อน และใช้เวลาในการสร้างยาวนานถึง 22 ปี  ซึ่งสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน แห่งจักรวรรดิโมกุล เพื่อเป็นอนุสรณ์ความรักแด่องค์พระมเหสีพระนามว่า อรชุมันท์ พานุ เพคุม ที่สิ้นพระชนม์ไป

ทัชมาฮาล

เรื่องราวความรักขององค์พระมหากษัตริย์และองค์พระมเหสี เป็นความรักที่แสนโรแมนติค  โดยองค์กษัตริย์ได้พบพระมเหสีครั้งแรกเมื่อพระองค์มีพระชนมายุเพียง 14 ปี ก็เกิดหลงรักในทันที แต่กระนั้นก็ยังทรงรอคอยจนพระชนมายุครบ 19 ปี จึงได้อภิเษกสมรส เป็นที่รู้กันทั่วไปว่า  

ทั้งสองพระองค์ทรงรักกันมาก ทรงเคียงคู่ไม่เคยห่างกายกัน และพระมเหสีก็ทรงมีทายาทให้สมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮันถึง 14 พระองค์ จนกระทั่งหลังให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 จึงทรงสิ้นพระชนม์ ด้วยพระอาการตกเลือด เป็นเหตุให้สมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน เสียพระทัยเป็นอย่างมาก จึงมีดำริให้สร้างสุสานหินอ่อนที่สวยงามแห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่พระองค์ทรงมีต่อพระมเหสี

เรื่องราวและความรักอันแสนโรแมนติคของทัชมาฮาลเป็นที่กล่าวขวัญถึงมาช้านาน และถ้าใครได้มีโอกาสไปเที่ยว ณ สถานที่แห่งนี้แล้ว ก็จะรู้ว่าการไปเที่ยวทัชมาฮาลต่างช่วงเวลา ก็จะได้ชมความงามของทัชมาฮาลที่แตกต่างกันไปคือ ถ้ามาเที่ยวชมตอนเช้า วิวก็จะเป็นสีชมพู  ชมตอนเย็นวิวจะเป็นสีขาวนวล  แต่ถ้าชมในเวลากลางคืนวิวก็จะเป็นแสงสีทองที่สะท้อนมาจากแสงของพระจันทร์   เพราะสุสานแห่งนี้สร้างจากหินอ่อนที่แสนบริสุทธิ์ดุจความรักขององค์กษัตริย์ที่มีต่อพระมเหสี และยังตกแต่งด้วยทองที่ประดับด้วยพลอยเนื้ออ่อนหลากสี 

ทัชมาฮาล

ในทัชมาฮาลยังมีสิ่งสวยงามที่มหัศจรรย์อีกสิ่งหนึ่งคือ งานฝีมือในการฝังอัญมณีเนื้ออ่อน และแกะสลักเป็นกลอนอัลกรุอานที่งดงาม ซึ่งโดยภาพรวมทั้งหมดแล้ว กล่าวได้ว่าทัชมาฮาลเป็นประติมากรรมความงามหนึ่งเดียวที่ยังไม่เคยมีมนุษย์คนใดทำได้เช่นนี้

เรื่องราวความรักของสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน จบลงอย่างโรแมนติค ดุจเทพนิยายนานาชาติที่เคยได้ยินได้ฟัง เพราะพระองค์ทรงเฝ้ามองสุสานของมเหสีอันเป็นที่รัก จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ก่อนจะนำร่างของพระองค์ฝังเคียงข้างพระมเหสีไปตลอดกาล ได้ฟังเรื่องราวของทัชมาฮาลอย่างนี้แล้ว จะยังไม่แพ็คกระเป๋าเดินทางกันอีกหรือ ?

หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลการท่องเที่ยวทั่วไทย และที่เที่ยวต่างประเทศอื่นๆ เช่น ที่เที่ยว “เวียงจันทน์” กับจุดเช็คอินสำคัญๆที่ห้ามพลาดเป็นอย่างยิ่ง! อย่าลืมติดตามกันต่อได้อีกที่ kolumbijsko.com

Related Post

“นครวัดนครธม” แหล่งท่องเที่ยวเดินตามรอยอารยธรรมโบรานของประเทศกัมพูชา“นครวัดนครธม” แหล่งท่องเที่ยวเดินตามรอยอารยธรรมโบรานของประเทศกัมพูชา

นครวัดนครธม ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความลึกลับหน้าคนหา แต่ก็มีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนในมาชมความสวยงามของมันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนครวัดนครธมแห่งนี้ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติของประเทศกัมพูชาเลย เพราะมันเป็นปราสาทหินขนาดใหญ่และมีเรื่องราวประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ รวมไปถึงปฏิมากรรมในการก่อสร้างปราสาท ที่สมัยก่อนนั้นไม่ได้มีเครื่องไม้เครื่องมือเหมือนในปัจจุบัน แต่ก็สามารถที่จะยกหินก้อนใหญ่ ๆ มาวางซ้อนกันจนกลายเป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สวยงาม  นครวัดนครธม แหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยอารยธรรมเก่า ต้นกำเนิดของท่องเที่ยวทั่วไทย นครวัดนครธมแห่งนี้ เริ่มมาตั้งแต่ในรัชสมัยของพระเจ้าวรมันชัยที่ 7 แต่บางตำราก็ได้บอกว่าเริ่มสร้างในรัชสมัยที่ 2 โดยหลักฐานพวกนี้ก็ไม่ค่อยชัดเจนมากนัก และบางคนเขาก็ยึดตามหลักฐานที่มีการจดบันทึกไว้อย่างชัดเจนว่าเขื่อนเชี่ยวหลาน หรือเขื่อนรัชชประภาที่สวยเหมือนกับเราได้ไปเที่ยวเวียดนามจริงๆ พระเจ้าวรมันชัยที่ 7 เป็นคนสร้างและบูรณะที่นี่และรวมไปถึงการตั้งในสถานที่แห่งนี้ กลายเป็นเมืองหลวงและเปลี่ยนชื่อเป็นนครวัดนครธมจนมาถึงปัจจุบัน  โดยนครวัดนครธมแห่งนี้ก็มีพื้นที่มากว่า 1 ล้านตารางเมตร นับว่าเป็นปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

แฮดงยงกุงซา อารามริมผาชายฝั่งปูซานที่ชวนให้แวะไปสักครั้งแฮดงยงกุงซา อารามริมผาชายฝั่งปูซานที่ชวนให้แวะไปสักครั้ง

ปูซาน เป็นเมืองท่าของเกาหลีใต้ที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวไม่แพ้โซลเลย อาจด้วยคาแรคเตอร์ของเมืองที่โดดเด่นกันไปคนละด้าน ขณะที่โซลมีความเป็นเมืองหลวงที่พลุกพล่าน ปูซานกลับถูกมองเป็นเมืองท่าทางใต้ที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนเกาหลี แต่ไม่เพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวอย่างชายหาด เมืองปูซานยังเป็นที่ตั้งของอารามเก่าแก่ขึ้นชื่อและเป็นที่ศรัทธาอย่างมากของคนเกาหลี นั่นคืออารามริมผาชายฝั่งวัด แฮดงยงกุงซา แห่งเมืองปูซานนั่นเอง แฮดงยงกุงซา แห่งประเทศเกาหลี นับเป็นอีกวัดเก่าแก่ของคนเกาหลี วัดแฮดงยงกุงซาแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อค.ศ. 1376 นับจนถึงวันนี้ก็มีอายุกว่า 700 ปีแล้ว โดยพระภิกษุรูปหนึ่งฝันเห็นมังกรจึงได้มาสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นที่ริมทะเลดังที่นักท่องเที่ยวได้เห็นในวันนี้ วัดแฮดงยงกุงซาตั้งอยู่ริมผาชายฝั่งทะเลให้ทัศนียภาพงดงามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดแห่งนี้หันหน้าไปทางตะวันออกเข้าสู่ทะเล จึงกลายเป็นหมุดหมายหนึ่งของชาวเกาหลีที่จะต้องมาเคาท์ดาวน์ปีใหม่กันที่นี่ และว่ากันว่าแสงแรกที่วัดแฮดงยงกุงซาแห่งนี้งดงามที่สุดที่หนึ่งในเกาหลีเลยทีเดียว เมื่อผ่านซุ้มทางเข้าและบันได้ 108 ขั้นเข้ามาบริเวณวัด นักท่องเที่ยวจะได้พบกับทิวทัศน์อันตระการตาของอารามที่ตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเล และเช่นเดียวกับวัดวาอารามอื่น ๆ ในเกาหลี

เกาะไซปรัส อัญมณีแห่งเมดิเตอร์เรเนียนที่ครบทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม (ตอนที่ 2)เกาะไซปรัส อัญมณีแห่งเมดิเตอร์เรเนียนที่ครบทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม (ตอนที่ 2)

เราได้ทราบกันไปแล้วว่า เกาะไซปรัส เป็นประเทศเกาะที่กลมกล่อมด้วยสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายและครบครัน ซึ่งแต่ละสถานที่ทางธรรมชาติที่เราได้หยิบยกไปนั้นล้วนสวยงามและมีเรื่องเล่า ดังนั้นครั้งนี้มาดูสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของไซปรัสที่ไม่ควรพลาดกันบ้าง ต้องยกย่องเลยว่าแต่ละสถานที่นั้นโรแมนติกและมีเรื่องราวที่คุณต้องทึ่ง สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของ เกาะไซปรัส ที่ไม่ควรพลาด Tombs of the Kings สุสานของกษัตริย์นี้เป็นมรดกโลกที่ตั้งอยู่เพียง 2 กิโลเมตร (1.24 ไมล์) จากทางตอนเหนือของท่าเรือปาฟอส เป็นอนุสาวรีย์ใต้ดินซึ่งแกะสลักจากหินแข็ง สามารถสืบย้อนหลังไปได้ถึงศตวรรษที่ 4 จากชื่อของสุสานคุณคงคิดว่าเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และราชวงศ์ แต่ในความเป็นจริงแล้วที่นี่คือสุสานของขุนนางชั้นสูง มีความงดงาม สถาปัตยกรรมของสุสานมีการโค้งเป็นรูปทรงอย่างพิถีพิถัน ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของช่างแกะสลักหินยุคโบราณ โบสถ์ Ayios Lazaros