ที่เที่ยว “เวียงจันทน์” กับจุดเช็คอินสำคัญๆที่ห้ามพลาดเป็นอย่างยิ่ง!

อีกหนึ่งทริปเที่ยวต่างประเทศที่ทุกคนไม่ควรพลาดเลย ก็คือการเที่ยวลาว ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่กับเมืองไทยของเรา ซึ่งสามารถเดินทางได้สะดวกแถมใช้เวลาไม่นานก็สามารถไปเที่ยวลาวได้ ทั้งวิธีทางเรือหรือทางรถก็ได้เลย โดยพิกัดสำคัญที่ขอแนะนำเหล่านี้ เป็นการรวมที่เที่ยว เวียงจันทน์ มาฝากทุกคน ด้วยความที่เวียงจันทน์นั้นป็นเมืองสำคัญของลาว และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมาก 

ใครกำลังมีทริปเที่ยวประเทศลาว ลองมาดูพิกัดที่เที่ยว เวียงจันทน์ กันก่อนได้เลย 

ประตูไชหรือประตูชัย เวียงจันทน์
  1. ประตูไช หรือ ประตูชัย

สถานที่เที่ยวแห่งแรกนี้ถือว่ามีความสำคัญของประเทศลาวมากๆ เพราะประตูชัยเป็นสัญลักษณ์แห่งการเป็นอิสระของประเทศลาว อีกทั้งยังเป็นอนุสรณ์สถานให้กับบุคคลที่เสียสละให้กับบ้านเมืองในยุคสงคราม โดยประตูไชนี้ก็ถูกสร้างด้วยปูนซีเมนต์ เป็นอาคารประตูโค้งขนาดใหญ่และด้านบนได้ถูกแบบเป็นยอดแหลมทั้ง 5 ยอด พร้อมการตกแต่งลวดลายต่างๆ ของศิลปะลาวอย่างงดงาม  และมีศิลปะส่วนหนึ่งที่ได้อิทธิพลจากฝรั่งเศส เมื่อครั้งที่ลาวได้ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส 

พระธาตุหลวง
  1. พระธาตุหลวง

ถือเป็นสถานที่สำคัญที่บ่งบอกถึงความเป็นประเทศลาว และเป็นสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่โบราณที่มีคุณค่ามากๆ มีเจดีย์สีทองโดดเด่นอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกับการล้อมรอบด้วยเจดีย์สีทององค์ย่อย และชั้นสุดท้ายก็เป็นกำแพงที่มีการแกะสลักลวดลายต่างๆ ซึ่งที่พระธาตุหลวงนั้นเป็นสถานที่สักการะกราบไหว้ของประชาชนลาวและนักท่องเที่ยว นอกากบริเวณองค์พระธาตุแล้ว ยังสามารถเที่ยวชมตรงหอศิลป์ได้ด้วย

สวนพระ เวียงจันทน์
  1. สวนพระ

เป็นอุทยานที่สำคัญของเมืองเวียงจันทน์ หอพระหรือพุทธอุทยานนี้ตั้งอยู่ในวัดเชียงควน เป็นพื้นที่ของเหล่ารูปปั้นต่างๆ มากมาย ซึ่งเป็นประติมากรรมขนาดใหญ่ที่มีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา ทั้งศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู เช่น รูปปั้นของพระศิวะ รูปปั้นของพระวิษณุ พระนารายณ์ พระพุทธรูปในอิริยาบถต่างๆ โดยเฉพาะพระนอนองค์ใหญ่ นอกจากนี้ก็ยังมีรูปปั้นเกี่ยวกับมนุษย์ เทวดา ปีศาจอสูรกายต่างๆ รวมถึงอาคารที่เป็นทรงฟักทองขนาดใหญ่ โดยด้านในมีการแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับสวรรค์ โลก และนรกอยู่ด้วยทั้ง 3 สถานที่ที่ถูกกล่าวถึงนี้ เป็นเพียงบางส่วนของที่เที่ยวเวียงจันทน์เท่านั้น ยังมีอีกหลายที่ท่องเที่ยวอันน่าสนใจ เช่นหอพระแก้ว วัดศรีเมือง และวัดสีสะเกด เป็นต้น เรียกได้ว่าเป็นทริปเที่ยวที่คุ้มจริงๆ

หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลการท่องเที่ยวทั่วไทย และที่เที่ยวต่างประเทศอื่นๆ เช่น สถานที่ท่องเที่ยวเมืองเล็กๆใน เยอรมนี ที่สวยเหมือนโดนมนต์สะกด อย่าลืมติดตามกันต่อได้อีกที่ kolumbijsko.com

Related Post

ชวนเที่ยว วัดคิโยมิซุ วัดที่ไม่ได้มีอยู่แค่ในการ์ตูนอิคคิวซังชวนเที่ยว วัดคิโยมิซุ วัดที่ไม่ได้มีอยู่แค่ในการ์ตูนอิคคิวซัง

วัฒนธรรมของญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่ามีเสน่ห์ไม่แพ้ชาติใดในโลก ในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมการเดินเยี่ยมเยียนวัดวาอารามในเกียวโต-เมืองหลวงเก่าแก่ของญี่ปุ่นก็เป็นความฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก วัดที่โด่งดังที่สุดแบบที่เรียกว่าห้ามพลาดเลยคงหนีไม่พ้น วัดคิโยมิซุ วัดที่เณรน้อยอิคคิวซังจำวัดอยู่ในการ์ตูนเรื่องดังนั้นเอง วัดคิโยมิซุ วัดในการ์ตูนอิคคิวซัง วัดคิโยมิซุไม่ได้โด่งดังมาจากการเป็นฉากหลังในการ์ตูนแต่เพียงอย่างเดียว เพราะวัดนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดเก่าแก่อายุกว่าพันปี สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 780 จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก (UNESCO world heritage sites) และยังเป็นวัดที่ได้รับฉายาว่าวัดธารน้ำใสเนื่องมาจากที่วัดนี้มีธารน้ำจากน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ไหลผ่านนั่นเอง นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมเยือนวัดคิโยมิซุตลอดปี โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิที่มักจะเห็นสีชมพูของดอกซากุระเบ่งบานแต่งแต้มไปทั่ววัด หรือไม่ก็ช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่เหล่าใบไม้พากันเปลี่ยนสีเป็นสีส้ม เหลือง แดง ประกอบเป็นฉากที่งดงามจนยากจะลืมเลือน  การขึ้นมาที่วัดคิโยมิซุจะต้องเดินขึ้นบันไดหลายชั้น ทำให้สามารถมองกลับลงไปเห็นย่านเมืองเก่าที่อนุรักษ์เอาไว้รวมถึงตึกรามบ้านช่องของเมืองเกียวโตทอดยาวไปจนจรดขอบฟ้า และแลนด์มาร์คของวัดคิโยมิซุที่นักท่องเที่ยวและผู้ที่มาเยี่ยมเยือนห้ามพลาดก็คือวิหารอาคารไม้หลังใหญ่ที่สูงกว่า

ชวนทุกคนไปชมสวนลับแห่ง พระราชวังชางด๊อกกุง ประเทศเกาหลีชวนทุกคนไปชมสวนลับแห่ง พระราชวังชางด๊อกกุง ประเทศเกาหลี

อีกหนึ่งพระราชวังสำคัญแห่งกรุงโซลที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมกันสม่ำเสมอก็คือ พระราชวังชางด๊อกกุง พระราชวังแห่งนี้แม้ไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่าเหมือนกับคยองบกกุง แต่ก็มีรายละเอียดและสวนสวย ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมกันได้ไม่รู้เบื่อทีเดียว พระราชวังชางด๊อกกุง ประเทศเกาหลี พระราชวังชางด๊อกกุงสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1405 สมัยพระเจ้าแทจงแห่งราชวงศ์โชซอน และเนื่องจากชางด๊อกกุงนั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของพระราชวังคยองบกกุง ชาวเกาหลีจึงรู้จักพระราชวังแห่งนี้ในนามพระราชวังตะวันออก และในปีค.ศ. 1592 พระราชวังแห่งนี้ก็ถูกเผาทำลายโดยกองทัพญี่ปุ่นก่อนจะถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ. 1619 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกในปีค.ศ. 1997 เมื่อมาเยือนพระราชวังชางด๊อกกุงสิ่งแรกที่จะได้พบก็คือประตูหน้าดอนฮวามุนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประตูทางเข้าที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในกรุงโซล เดิมประตูนี้ทำด้วยหินแกรนิตสีขาวทั้งหลัง ทว่าเมื่อถูกเผาทำลายไปการสร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนเดิมนั้นทำได้ยากจึงถูกบูรณะขึ้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน พระตำหนักหลักของพระราชวังชางด๊อกกุงนี้คืออาคารท้องพระโรงซองจองจอน ที่กษัตริย์เคยใช้ว่าราชการและใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และเป็นอีกที่หนึ่งที่เคยถูกเผาทำลายและสร้างขึ้นใหม่เช่นกัน และหากได้เข้าไปเยี่ยมชมก็จะพบกับสถาปัตยกรรมสมัยโชซอนที่ใช้สีแดง-เขียวเป็นหลักในการตกแต่ง รวมถึงภาพวาดที่แสดงถึงสัญลักษณ์ของกษัตริย์อยู่ภายในด้วย แต่ไม่ใช่แค่พระตำหนักหรือพระที่นั่งเท่านั้น พระราชวังชางด๊อกกุงแห่งนี้ยังมีส่วนลับที่รู้จักกันในชื่อ พีวอน

ชวนทุกคนมาแบกเป้ไปท่องเที่ยวแบบชิลล์ๆกันที่ “มาเลเซีย”ชวนทุกคนมาแบกเป้ไปท่องเที่ยวแบบชิลล์ๆกันที่ “มาเลเซีย”

ฟังแล้วเหมือนไม่น่าตื่นเต้นที่จะไปเที่ยวมาเลเซีย อาจเป็นเพราะ มาเลเซีย อยู่ใกล้บ้านเรามาก เดินทางออกจากจังหวัดทางภาคใต้ไม่นานก็ได้ไปเหยียบแผ่นดินมาเลเซียแล้ว แต่อย่าว่าไปนะ เพราะเอาเข้าจริงๆ มาเลเซียมีสถานที่น่าท่องเที่ยวให้เลือกตามความชอบ ไม่น้อยเลยทีเดียว ลองตามกันมาเที่ยวดูจร้า แนะนำที่เที่ยว “มาเลเซีย” ที่แรก ยาลันอาลอร์  สถานที่ท่องเที่ยวแรก  เอาใจสายกินกันก่อนเลย เพราะถือคติ กองทัพต้องเดินด้วยท้องยาลันอาลอร์ เป็นแหล่งถนนคนสายกิน แต่ละย่างก้าวต้องตื่นตาตื่นใจ  กับอาหารนานาชาติทั้งแบบสากล แบบอาหารท้องถิ่น ที่ยกโขยงกันมาโชว์หน้าตาและรสชาติที่แสนอร่อย ชนิดตั้งใจมา ยั่วน้ำลายสายกินแบบไม่มีความปราณี จะเรียกว่าเป็นสตรีทฟู้ด ที่สุดแสนจะอลังการก็คงไม่ผิด  เห็นหน้าเห็นตาอาหารแต่ละอย่างแล้วรับรองว่าอดที่จะควักกระเป๋าซื้อมาลองชิมเกือบซะทุกอย่าง นั่นนิดนี่หน่อยกว่าจะรู้ตัวกระเป๋าก็เบา แต่กลับต้องแบกพุงหนักๆ กลับที่พักแทบไม่ไหว แต่สำหรับคนไทยที่ไม่ชอบลองอาหารรสชาติแปลกๆ